เปลี่ยนพื้นปูนเป็นคลังอาหาร
เมื่อบ้านกลางเมืองก็ปลูกอาหารเลี้ยงตัวเองได้ เริ่มต้นง่าย จากพื้นปูนหน้าบ้าน
“เศรษฐกิจพอเพียง มิใช่คำโบราณ แต่คือหนทางให้คนยุคใหม่
เพียงก้าวเล็ก ๆ จากพื้นปูนข้างบ้าน ระเบียง ก็อาจเป็นแหล่งอาหารที่ยั่งยืนได้”

ท่ามกลางป่าคอนกรีตที่ขยายตัวอย่างไม่หยุดนิ่ง หลายคนเคยตั้งคำถามว่า “ในเมื่อไม่มีผืนดิน จะปลูกอะไรกินได้จริงหรือ” คำถามนี้สามารถหาคำตอบได้ที่ “ฐานการเรียนรู้เกษตรพอเพียงเมือง”ภายในสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน)ซึ่งไม่เพียงจะตอบข้อสงสัยนี้แต่ยังจุดประกายให้เราเห็นถึงการสร้างพื้นที่สีเขียวจากพื้นปูนคอนกรีตสำหรับคนเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดฯ ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านที่มีเพียงลานปูนหน้าบ้าน แนวคิดเรื่อง “คลังอาหาร” อาจฟังดูไกลตัว แต่ความจริงแล้วมันเริ่มต้นได้จากพื้นที่เล็ก ๆ เพียงไม่กี่ตารางเมตร ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหารในยามที่โลกผันผวน และเป็นกิจกรรมที่คืนความสุขให้คนในครอบครัวได้ลงมือทำร่วมกัน บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีเปลี่ยนพื้นปูนให้กลายเป็นแหล่งอาหาร ตั้งแต่ข้าว พืชผักสวนครัวไปจนถึง ไอเดียการปลูกสร้างสรรค์ ที่ทำได้จริงในพื้นที่จำกัด
การปลูกข้าวในบ่อปูนซีเมนต์
ไม่มีสิ่งใดที่เป็นรากฐานชีวิตของคนไทยได้เท่ากับ “ข้าว” การปลูกข้าวในเมืองฟังดูเหมือนเป็นความฝัน แต่ด้วยภูมิปัญญาที่เรียบง่าย การใช้บ่อซีเมนต์จึงสามารถทำให้ฝันนั้นเป็นจริงจนต้องประหลาดใจการปลูกข้าวในพื้นที่จำกัด สามารถทำได้โดยใช้วงบ่อซีเมนต์ กระบวนการปลูกเริ่มตั้งแต่การเตรียมดิน ปักดำ ใส่ปุ๋ย ดูแลและกำจัดศัตรูพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยวงบ่อซีเมนต์หนึ่งวงให้ผลผลิตประมาณ 1 กิโลกรัมข้าวเปลือก หากปลูก 30 - 40 วงต่อคน จะเพียงพอสำหรับบริโภคตลอดทั้งปี ซึ่งควรปลูกอย่างน้อย 3 - 4 ครั้งต่อปี

วัสดุ อุปกรณ์
1. วงบ่อซีเมนต์ เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร สูง
0.5 เมตร โดยเทปูนปิดก้นวงบ่อ
2. ปุ๋ยอินทรีย์
3. หน้าดิน
4. ต้นกล้าข้าวอายุ 15 - 20 วัน
วิธีทำ
1. ใส่ดินในวงบ่อสูง 0.3 - 0.4 เมตร
ผสมปุ๋ยอินทรีย์ ประมาณ 5 กิโลกรัมต่อวงบ่อ เติมน้ำให้ท่วมดิน ทิ้งไว้ 15 - 30 วัน
2. ย่ำดินให้เป็นโคลน จากนั้นนำต้นกล้าที่มีอายุได้ 15 - 20 วัน ปักดำ ระยะห่างเท่า ๆ กัน จำนวน 10 ต้นต่อ 1 วงบ่อ
เคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ข้าวในบ่อปูนงอกงาม
คือการหมั่นดูระดับน้ำให้ท่วมโคนต้นอยู่เสมอในช่วงแรกของการปักดำ และเปลี่ยนน้ำเป็นระยะเพื่อลดกลิ่นเหม็นเน่าและป้องกันยุง
เมื่อข้าวออกรวงและสุกเต็มที่ก็สามารถเก็บเกี่ยวไว้กินเองได้ทั้งครอบครัว
เห็นได้ว่าแม้ในพื้นที่ปูนแคบ ๆ
ก็ยังมีข้าวปลอดสารพิษให้เก็บเกี่ยวกินเองได้ไม่ยาก
การปลูกผักบนพื้นปูน
“ปลูกฝันในพื้นที่ปูน ปลูกสุขที่ปรุงเองได้”

เมื่อมีข้าวเป็นหลักแล้ว
พืชผักสวนครัวก็คือขุมทรัพย์ลำดับถัดไป
และวิธีหนึ่งที่เหมาะกับพื้นที่แข็งกระด้างก็คือ “การปลูกผักบนพื้นปูน”
การปลูกผักบนพื้นปูน
ต้องคำนึงถึงหลักใหญ่คือเรื่องการป้องกันความร้อนจากพื้นปูนและป้องกันการระเหยของน้ำที่ใช้รดผักอย่างรวดเร็ว
ซึ่งวัสดุที่หาง่ายและใช้ได้ผลดีที่จะนำมาเป็นวัสดุรองก้นแปลงปลูก
หรือภาชนะปลูกต่าง ๆ ได้แก่ กาบมะพร้าว หรือผักตบชวา (ตากแห้ง)
ขั้นตอนการทำ
นำเหล็ก ไม้ไผ่ ท่อพีวีซี หรืออิฐบล็อกประสาน มาทำเป็นแปลง ความยาวตามที่ต้องการ สูงประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร หาวัสดุ เช่น ไม้ไผ่ กระดาน หรือแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด ติดด้านในของกรอบกระบะทั้ง 4 ด้าน แล้วนำผ้าใบแบบเคลือบพลาสติกด้านเดียวปูให้ครบทุกด้าน
การผสมวัสดุปลูก
มะพร้าวสับ
½ ส่วน แกลบดิบ ½ ส่วน ขี้ เถ้าแกลบ ½ ส่วน ดิน 1 ส่วน
ขี้วัว 1 ส่วน

ชนิดผักที่ปลูก
ผักที่ปลูก ควรเป็นผักที่มีระบบรากตื้น เช่น ผักโขม ผักกวางตุ้ง ผักกาด ผักคะน้า ผักสลัด โดยเพาะ เมล็ดไว้ในถาดเพาะกล้า 15 – 20 วัน หรือมีใบจริง 3 – 4 ใบ จึงนำมาปลูกลงแปลง
วิธีการปลูก
ใส่กาบมะพร้าวหรือผักตบชวาแห้งสูงประมาณครึ่งหนึ่งของแปลง ใส่ดินผสมจนพอดีขอบแปลง รดน้ำดินในแปลงปลูกให้ชุ่ม ทิ้งไว้ให้หมาด พรวนดินให้ร่วนซุย เกลี่ยหน้าดินให้เรียบ เจาะหลุมเป็นแถว ระยะห่างตามชนิดพืช ดังนี้
· ผักบุ้ง ระยะห่าง 10x10 เซนติเมตร
· ผักสลัด
กวางตุ้ง คะน้า ระยะห่าง 15x15 เซนติเมตร
· ผักกาดขาว ผักกาดเขียวปลี ระยะห่าง 20x20 เซนติเมตร
· กะหล่ำปลี
กะหล่ำดอก บล็อกโคลี่ ระยะห่าง 40x60 เซนติเมตร
นำกล้าผักอายุประมาณ 15 - 20 วัน ปลูกลงตามหลุมที่เจาะไว้ รดน้ำให้ชุ่ม
การดูแล
รดน้ำทุกวัน
วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น ต่อเนื่อง 25 - 30 วัน หลังจากลงปลูก 7 - 10 วัน ใส่ปุ๋ยหมัก 1 ครั้ง ให้น้ำหมักปลา ประมาณ 3 ครั้ง/เดือน ฉีดพ่นน้ำหมักป้องกันแมลงทุก ๆ 4
- 5 วัน ในช่วงเช้าหรือเย็น
งดการฉีดพ่นก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างน้อย 5 วัน
เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
ปลูกสร้างสรรค์ ไม่ต้องมีสวนก็ทำได้

แนวคิดเกษตรเมืองไม่ได้หยุดนิ่งเพียงแค่กระบะดินเท่านั้น
แต่ยังสามารถรังสรรค์รูปแบบการปลูกได้มากมาย เพื่อให้เข้ากับพื้นที่ วัสดุ
และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบ้าน
ต่อไปนี้คือไอเดียที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในพื้นที่จำกัดของเมือง
การปลูกผักในภาชนะเหลือใช้
ขวดพลาสติก กะละมังแตก ยางรถยนต์เก่า
หรือแม้แต่รองเท้าบูตที่ไม่ใช้แล้ว
สามารถเจาะรูระบายน้ำแล้วนำมาใส่ดินปลูกผักได้ทันที วิธีนี้ไม่เพียงประหยัดต้นทุน แต่ยังช่วยลดขยะและสร้างมุมสีเขียวที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวให้กับบ้าน
เหมาะกับผักอายุสั้นอย่างผักชี ต้นหอม หรือสะระแหน่

การปลูกผักข้างกระสอบ
และการปลูกผักในท่อพีวีซี

การปลูกผักข้างกระสอบใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างชาญฉลาด
เพียงกรีดข้างกระสอบดินเป็นช่อง ๆ แล้วปลูกผักสลับชั้นขึ้นไป
เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ราบน้อยแต่มีมุมกำแพงว่าง ส่วนการปลูกผักในท่อพีวีซี
คือการเจาะรูตามแนวท่อแล้วบรรจุวัสดุปลูกลงไป ให้ผลลัพธ์ที่ดูสวยงามเป็นระเบียบ
ทำความสะอาดง่าย และสามารถแขวนหรือวางเรียงต่อกันได้หลายท่อในพื้นที่แคบ ๆ เช่น
ระเบียงคอนโดฯ
การปลูกผักแบบพีระมิดและผักยกแคร่ในโรงเรือน
การปลูกผักแบบพีระมิด
คือการวางกระถางหรือกระบะปลูกซ้อนกันเป็นชั้น ๆ คล้ายขั้นบันได ช่วยประหยัดพื้นที่หน้าดินได้มาก
ในขณะที่ทุกต้นยังได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง ส่วนการปลูกผักยกแคร่ในโรงเรือน
เหมาะกับบ้านที่ต้องการควบคุมโรคและแมลงศัตรูพืช โดยยกแคร่ปลูกให้สูงจากพื้น
ทำให้ดูแลง่าย ไม่ต้องก้มโค้งตัว และลดปัญหาน้ำขังในหน้าฝนได้เป็นอย่างดี

การปลูกผักแบบกลับหัว
อีกหนึ่งไอเดียที่โดดเด่นคือการปลูกผักกลับหัวที่ลอยอยู่ในอากาศ
โดยนำต้นกล้าลอดผ่านรูก้นภาชนะแล้วห้อยลงมา
รากจะเจริญขึ้นด้านบนขณะที่ลำต้นห้อยลงด้านล่าง
วิธีนี้เหมาะกับพืชที่มีน้ำหนักไม่มาก เช่น มะเขือเทศ พริก หรือสตรอว์เบอร์รี
เป็นทางเลือกที่สวยงามสำหรับบ้านที่ไม่มีพื้นที่หน้าดินเลยแม้แต่น้อย
เพียงมีที่แขวนก็ปลูกผักได้

เริ่มต้นวันนี้ บนพื้นปูนหน้าบ้านของคุณ
จะเห็นได้ว่าการสร้างคลังอาหารในเมืองไม่จำเป็นต้องมีที่ดินผืนใหญ่
ไม่ต้องรอให้ทุกอย่างพร้อมสมบูรณ์ เพียงพื้นปูนเล็ก ๆ หน้าบ้าน ระเบียงคอนโดฯ
หรือมุมว่างข้างกำแพง
ก็สามารถกลายเป็นแหล่งอาหารปลอดสารพิษที่หล่อเลี้ยงทั้งครอบครัวได้
ไม่ว่าจะเป็นข้าวในบ่อซีเมนต์ ผักในกระบะปูน
หรือไอเดียปลูกสร้างสรรค์อย่างผักกลับหัวและผักแนวตั้ง
ทุกวิธีล้วนเริ่มต้นได้จากก้าวเล็ก ๆ
และความตั้งใจที่จะลงมือทำ
ในวันที่โลกสั่นคลอน
คนที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
คือคนที่มีอาหารอยู่ที่หน้าบ้านของตัวเอง
ไม่ต้องรอให้มีสวนกว้างมากพอ
ไม่ต้องรอให้มีทุกอย่างพร้อม
เพราะอนาคตนั้นไม่แน่นอน
แต่คุณสามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
บนพื้นปูนหน้าบ้านของคุณ